ศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ระหว่างเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันฟุตบอลที่ดุเดือดและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ยังเป็นนัดประวัติศาสตร์ที่มีความหมายลึกซึ้งสำหรับทั้งสองสโมสรและแฟนบอลทั่วโลก
ความสำคัญของเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้
เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้เป็นการพบกันระหว่างสองสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเมืองลิเวอร์พูล คือ เอฟเวอร์ตัน และ ลิเวอร์พูล การแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการชิงชัยในสนามฟุตบอล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจและความเป็นอริยธรรมของเมืองลิเวอร์พูล

เอฟเวอร์ตัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1878 และลิเวอร์พูลในปี 1892 ทั้งสองสโมสรมีประวัติศาสตร์ยาวนานและเต็มไปด้วยความสำเร็จ การแข่งขันเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1894 และตั้งแต่นั้นมาก็เป็นการแข่งขันที่แฟนบอลทั่วโลกต่างรอคอย
นัดสุดท้ายที่กูดิสัน พาร์ค
การแข่งขันเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ มีความพิเศษเนื่องจากเป็นเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้นัดสุดท้ายที่จัดขึ้นที่สนามกูดิสัน พาร์ค ซึ่งเป็นสนามเหย้าของเอฟเวอร์ตันมาตั้งแต่ปี 1892 หลังจากใช้งานมาเป็นเวลา 133 ปี เอฟเวอร์ตันเตรียมย้ายไปยังสนามเหย้าแห่งใหม่ที่ท่าเรือแบรมลีย์-มัวร์ ในฤดูกาล 2025-2026
สนาม กูดิสัน พาร์ค (Goodison Park) เป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลเก่าแก่ของอังกฤษที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 133 ปี ตั้งแต่เปิดใช้ครั้งแรกในปี 1892 ถือเป็นหนึ่งในสนามแรก ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการแข่งขันฟุตบอล และเป็นสนามเหย้าของ เอฟเวอร์ตัน มาโดยตลอด
สนามกูดิสัน พาร์ค จึงเป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของเอฟเวอร์ตัน การแข่งขันนัดนี้จึงเป็นการอำลาสนามที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความรู้สึกของแฟนบอล
การย้ายสนามของเอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตันได้ประกาศว่าจะย้ายไปใช้สนามเหย้าแห่งใหม่ที่ท่าเรือแบรมลีย์-มัวร์ ในฤดูกาล 2025-2026 สนามแห่งใหม่นี้มีความจุ 52,888 ที่นั่ง และคาดว่าจะเสร็จสิ้นการก่อสร้างในปลายปี 2024
การย้ายสนามครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับสโมสรและแฟนบอล แม้ว่าจะเป็นการอำลาสนามกูดิสัน พาร์ค ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ แต่สนามใหม่จะนำมาซึ่งโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ สำหรับสโมสรในอนาคต
ปัจจุบันสนามฟุตบอลเก่าแก่แบบ “ดั้งเดิม” (Traditional English Stadiums) ที่ยังคงหลงเหลือและใช้งานอยู่ในลีกอังกฤษมีอยู่ไม่กี่แห่งแล้ว ซึ่งบางแห่งกำลังมีแผนพัฒนา หรืออาจถูกแทนที่ด้วยสนามใหม่ในอนาคต เช่น
- เซลเฮิร์สต์ พาร์ค (Selhurst Park) – คริสตัล พาเลซ
เปิดใช้งานปี 1924 เป็นสนามที่มีอัฒจันทร์ใกล้สนามแบบดั้งเดิม บรรยากาศของแฟนบอลถือว่าเข้มข้น - วิคาริจ โร้ด (Vicarage Road) – วัตฟอร์ด
เปิดใช้งานปี 1922 เป็นหนึ่งในสนามที่ยังคงสภาพความเป็น “สนามเล็กแต่เต็มไปด้วยบรรยากาศเก่าแก่”
สนามฟุตบอลดั้งเดิม กำลังจะหมดไป?
การเปลี่ยนแปลงของวงการฟุตบอล โดยเฉพาะในอังกฤษทำให้สนามฟุตบอลแบบดั้งเดิมเริ่มลดลง เนื่องจากสโมสรส่วนใหญ่มุ่งพัฒนาสนามใหม่ให้มีความทันสมัย เพื่อเพิ่มความจุของผู้ชม, เพิ่มรายได้จากการขายตั๋วและสปอนเซอร์ รวมถึงให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับมาตรฐานยุคใหม่
ความคิดเห็นของแอดมินเกี่ยวกับเรื่องนี้
ผมคิดว่า “สนามฟุตบอลดั้งเดิม” มีเสน่ห์ที่สนามใหม่ไม่สามารถทดแทนได้ เช่น ระยะห่างระหว่างอัฒจันทร์กับสนามที่ใกล้กันมาก, บรรยากาศแฟนบอลที่กดดันทีมเยือน, และประวัติศาสตร์ที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินไม่สามารถซื้อได้
แต่ผมก็เข้าใจว่าฟุตบอลยุคใหม่ต้องการ โครงสร้างที่ทันสมัย, ความปลอดภัยที่ดีขึ้น, และพื้นที่สำหรับการหารายได้จากธุรกิจเพิ่มเติม ซึ่งสนามใหม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องเหล่านี้ได้ดีกว่า
สิ่งที่น่าเสียดายคือ เมื่อสนามเก่าแก่ถูกแทนที่ บางครั้งก็สูญเสียเอกลักษณ์ของสโมสรไปด้วย แฟนบอลหลายคนรู้สึกว่าการย้ายสนามใหม่ ทำให้ความผูกพันกับทีมลดลง เช่น กรณีของเวสต์แฮมที่ย้ายจากโบลีน กราวด์ ไปยังลอนดอน สเตเดี้ยม ซึ่งมีบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทุกวันนี้สนามเก่าแก่ของอังกฤษกำลังลดจำนวนลงเรื่อย ๆ และเราอาจเห็นสนามแบบ “ฟุตบอลดั้งเดิม” เหลืออยู่อีกไม่กี่แห่งในอนาคต แต่ไม่ว่าจะเป็นสนามเก่าหรือสนามใหม่ “หัวใจของฟุตบอล” อยู่ที่แฟนบอลและวัฒนธรรมของแต่ละสโมสร ดังนั้น ไม่ว่าสนามจะเปลี่ยนไปอย่างไร สิ่งที่สำคัญคือการรักษาจิตวิญญาณของสโมสรและความหลงใหลในฟุตบอลของแฟนบอลให้คงอยู่ต่อไป
ผลการแข่งขันนัดส่งท้ายนี้
การแข่งขันเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อเอฟเวอร์ตันขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 11 จากการยิงของเบโต้ ลิเวอร์พูลไม่รอช้า ตีเสมอในนาทีที่ 16 จากอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ครึ่งหลังลิเวอร์พูลขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 72 จากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่เอฟเวอร์ตันไม่ยอมแพ้ ตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+8 จากเจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ทำให้การแข่งขันจบลงด้วยสกอร์ 2-2

ประเด็นสำคัญหลังการแข่งขัน
หลังจบการแข่งขัน เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างนักเตะของทั้งสองทีม อับดูลาย ดูกูเร่ ของเอฟเวอร์ตัน และ เคอร์ติส โจนส์ ของลิเวอร์พูล มีปากเสียงและปะทะกัน ทำให้ผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ต้องแจกใบแดงให้กับทั้งสองคน นอกจากนี้ อาร์เน่อ สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยังได้รับใบแดงจากการแสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินของผู้ตัดสิน แต่ทางด้าน เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน ได้กล่าวชื่นชมการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในเกมนี้ว่าเป็นไปอย่างยุติธรรมและเหมาะสมแล้ว
บทสรุป
เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้นัดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันฟุตบอลที่ดุเดือดและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ยังเป็นนัดประวัติศาสตร์ที่มีความหมายลึกซึ้งสำหรับทั้งสองสโมสรและแฟนบอลทั่วโลก การอำลาสนามกูดิสัน พาร์ค และการเตรียมย้ายไปยังสนามเหย้าแห่งใหม่ของเอฟเวอร์ตัน เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงและการก้าวไปข้างหน้าในอนาคต